วันอาทิตย์ที่ 15 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2558

ความหมาย

เคยนั่งคิดว่าชีวิตกลัวอะไรบ้าง

การที่วันนึงจะไม่มีครอบครัว

การที่อยู่ๆแขนจะขาด

การที่จะถูกใครบางคนเกลียด

การที่จะทำฝันไม่เป็นจริงไปตลอดกาล

ไม่ใช่ความกลัวของเราหรอก


ความกลัวของเราคือการที่วันหนึ่ง เราจะหมดกำลังใจในการดำเนินชีวิตไปดื้อๆ
ไม่ใช่ว่าภาพฝันไม่ชัดเจน แต่อยู่ๆมันก็ไม่มีค่า

ภาพวาดที่เคยทำให้รู้สึกตื่นเต้น และใจเต้นแรงเวลาเห็น
หนังสือเท็กซ์หนาๆที่ทำให้อยากเปิดอ่าน ความรู้ที่อยากจะรู้ให้ดียิ่งขึ้นไปอีก

มันไม่ได้มีความหมายอะไรเลย กับชีวิต



แล้วอะไรที่มีความหมาย

กระทั่งยอดไลค์ที่จะทำให้รู้สึกดีใจขึ้นมานิดหน่อย
ก็ยิ่งถูกทำให้ชัดว่ามันไร้ค่ากว่าความฝันทั้งหมดนั่นหลายเท่า


ตอนเจ็ดขวบ เคยพยายามเขียนเรื่องราวเกี่ยวกับชีวิต

<ชีวิต>

มันถูกทิ้งไว้แค่หัวข้อเท่านั้น หลังจากนั่งๆนอนๆคิดอีกชั่วโมงนึง เด็กคนนั้นก็ตัดสินใจว่าตัวเองรู้อะไรๆน้อยเกินกว่าจะนิยามคำๆนี้ ยังไม่พร้อม

เอาจริงๆก็ไม่รู้ว่าเมื่อไหร่จะพร้อม ทันทีที่คิดจะเขียนก็รู้สึกว่าไม่พร้อม
ไม่เคยกล้าเขียนเรียงความหรืออะไรด้วยหัวข้อนี้

รู้สึกไม่มีสิทธิ์
รู้สึกว่าจะผ่านอะไรมาไม่มากพอ
รู้สึกว่าชีวิตไม่เคยเจอเรื่องที่แย่พอ
รู้สึกว่าชีวิตไม่เคยเรื่องที่ดีขนาดนั้น

รู้สึกยัง "ไม่เข้าใจชีวิต"

อ้าว แล้วที่กำลังหายใจอยู่นี่คืออะไร ทั้งๆที่เป็น "สิ่งมีชีวิต" แท้ๆ
กลับไม่ได้เข้าใจความหมายของตัวเองเลยเหรอ


เดิมทีเราเฝ้าแต่ตั้งคำถาม ว่าเรามีชีวิตไปเพื่ออะไร / เกิดมาทำไม
ตอนที่เปี่ยมไปด้วยพลังคงตอบว่าเพื่อทำความฝันบางอย่าง

ตอนนี้เราถามตัวเองน้อยลง
แต่เราเปลี่ยนมาถามว่า คำว่า "มีชีวิต" มันคืออะไรกันแน่
ที่เราทำอยู่ทุกวันมัน "ใช้ชีวิต" มากพอหรือยัง


คนอื่นอาจจะมีความกระหายอันไม่รู้จบกับวัตถุ องค์ความรู้ ความสุข ตัณหา ฯลฯ
เราพบว่าเรากระหายใน ประสบการณ์
ไม่จำเป็นต้องมีความสุขก็ได้ จะเจ็บใจแค่ไหนก็แล้วแต่
แต่อยากรู้จักมันให้มากกว่านี้อีก
แต่ก็กลัว

ความน่ากลัวคือเราเบื่อประสบการณ์ใหม่ๆที่คล้ายเดิมเร็วเกินไป
เช่น การรู้จักเพื่อนในห้องเรียน ไม่ใช่ว่าสนิทหรืออะไรเลย แต่ไม่อยากรู้จักกันในสถานการณ์แบบนี้
ไม่อยากอยู่ในห้องสี่เหลี่ยมกว้างๆที่แห้งแล้งนี้


เราอยากมาเชียงใหม่ เพราะเราอยากได้ชีวิตแบบใหม่ๆ
ขนาดยังปรับตัวไม่ได้ดีเท่าไหร่ก็เริ่มรู้สึกว่ามันเฉื่อยอีกแล้ว

แต่เราก็ยังชอบนะ บางทีการคิดถึงบ้านแล้วเปรียบเทียบกับตัวเองตอนนี้ก็ช่วยเหมือนกัน
เพราะเราได้ทำอะไรใหม่ๆหลายๆอย่าง ที่มั่นใจว่าอยู่บ้านมันจะไม่เกิดขึ้น
อยู่ในสภาพแวดล้อมที่มีแต่คนเคยรู้จักมันจะไม่เกิดขึ้น


การออกเดินทางไม่ใช่ความหมายชีวิตเราตอนนี้
หรือก็ยังเป็นไม่ได้


การเป็นนักวาดการ์ตูนก็ไม่ใช่ความหมายของชีวิต
มันเป็นส่วนนึงของชีวิต เป็นเรื่องราวอย่างนึงที่อยากใส่เข้ามาในชีวิต

การเป็นหมอก็ไม่ใช่ความหมายชีวิต
แต่เป็นสิ่งที่เราหวังว่ามันจะให้คำตอบเกี่ยวกับชีวิตได้มากขึ้น บางทีการเป็นครูแนะแนวหรือที่ปรึกษาทางจิตวิทยาก็อาจจะช่วยให้หาคำตอบได้เหมือนกัน แต่ใครจะเจอชีวิตเยอะเท่าหมออีกเล่า


เราคิดว่าการได้ไปที่ใหม่ๆ คุยกับคนเยอะๆ เรียนรู้วัฒนธรรมเยอะๆ คือชีวิต
แต่เราคิดผิด มันคือชีวิต"แบบหนึ่ง" ซึ่งเราถูกปลูกฝังโดยสื่อบางอย่าง



ชีวิตที่เราใช้อยู่มันก็คือชีวิตแหล่ะ ชีวิตแบบนึง

การมีชีวิตอยู่เพื่อใครสักคนก็ไม่ใช่ แต่ใครสักคนที่เรามีเป็นสาเหตุที่ทำให้เรามีชีวิตอยู่ได้
ถ้าขาดไปก็ไม่ได้ตายไปพร้อมกัน แต่แค่ยังนึกภาพชีวิตแบบนั้นไม่ออก


เรายังไม่รู้ว่าชีวิตคืออะไร เรารู้แค่ว่าความหมายมันประกอบไปด้วยหลายอย่างมากๆ
มากมายจนรวมกันเป็นคำๆเดียว




เพราะสิ่งที่เรารู้ตอนนี้คือ ต่อให้เราสูญเสียแรงบันดาล ความหวัง ความฝันทั้งหมดไป เราก็ยังหายใจ ยังกิน ยังคิด ยังมี"ชีวิต"อยู่


ถึงคนอื่นจะชอบว่ามันไม่ต่างอะไรกับการไม่มีชีวิตก็ตาม

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น