วันนี้นึกไรไม่รู้ตะลุยหางานพิเศษอีกรอบ
คงเกิดจากการถกกับเพื่อนวันก่อน
ไลน์กับเพื่อนอีกวันนึง
เป็นความโชคดีที่แทบไม่เคยเกิดในชีวิต
งานพิเศษเฉพาะวันอาทิตย์
....โคตรดี เราก็ว่างอยู่แค่นั้นด้วย
โทรไปถามเสร็จสรรพ "เข้ามาได้เลยค่ะน้อง มาลองคุยเวลาว่างน้องดู เอกสารไว้ก่อนก็ได้"
.....เป็นประโยคที่ไม่เคยเจอมาก่อนในการหางานที่กรุงเทพฯ
ที่มีแต่
"ทำทุกวันน่ะน้อง ถ้าไม่ไหวก็อย่าเลย"
"เวลาตามนี้นะคะน้อง ได้เลยค่ะ (แล้วก็ไม่ติดด่อมาอีกเลย)"
"คนมันเยอะวันนี้น่ะ ยังไงก็ต้องมา"
งานในฝันชัดๆแบบนี้ !
...ช่วงประมาณห้าโมงเย็น
....ปกติสมัครงานเค้าใส่อะไรไปกันนะ ถ้าไม่เรียบร้อยจะเหมือนคราวก่อนอีกป่ะวะ...
.....เค้าแต่งหน้ากันมั้ยเนี่ย แล้วถ้าแต่งนี่มันจะเยอะไปมั้ย
.....เยอะไปป่าววะ เช็ดออกแม่ม
สุดท้ายก็ขี่จักรยานเหงื่อโทรมไปถึงอยู่ดี
แอบแว่บเข้าห้องน้ำเล็กน้อยดูสภาพตัวเอง
เอาละ !
"สวัสดีค่ะ มาถามเรื่องพาร์ทไทม์"
"อ้อ ปิดรับแล้วค่ะ"
".................คะ ? เอ่อ ที่เพิ่งโทรมาเมื่อกลางวัน"
"ค่ะ พอดีเพิ่งได้น่ะค่ะ"
.
.
.
.
.
...ความคิดที่ว่าการหางานพิเศษทำอยากยาวนานกำลังจะจบลง มันได้ถูกฉีกกระขากออกไป
"..ขอบคุณค่ะ"
สมองเหมือนหยุดทำงาน ความหวังพังทลายเหมือนไปสารภาพรักแล้วโดนปฎิเสธ
โดยเฉพาะเป็นรักที่รอมาอย่างยาวนาน
(โอเวอร์ฉิบ)
อันที่จริงถ้าเราไม่รอแดดร่มแล้วขี่จักรยานออกไปตั้งแต่ตอนนั้นเลยเราก็ได้งานแล้วมั้ยนะ
มันเป็นเพราะเราดันไม่พุ่งเข้าไปหาโอกาสทันทีเองนี่หว่า
เพราะเราปล่อยให้มันหลุดมือไปด้วยความตายใจ และคิดอะไรยิบย่อยเกิน
โอกาสที่หลุดไป ก็เพราะเรานั่นแหล่ะ
เนื่องด้วยสมองพัง จึงขี่จักรยานวกวนไปอย่างไร้จุดหมายในตัวเมือง
จะไปขัวเหล็กก็หาทางที่ถูกไปไม่ได้สักที
ร้านเหล้าร้านแล้วร้านเล่าได้ผ่านสายตาไป
เดี๋ยวก็จอดซดซะเลยนี่ (อายุยังไม่ถึงนะ...)
สมองเริ่มแห้งไปพร้อมๆกับปากที่เริ่มแห้งเพราะหน้าปะทะลม
ทำให้กลายเป็น อดอยากปากแห้ง (ตึ่งโป๊ะ)
สุดท้ายก็กลับถิ่นคุ้นเคย นิมมานเหมินทร์ ไปจบลงที่ร้านน้ำผลไม้ สั่งมะม่วงปั่น (ที่มีส่วนผสมของน้ำเปล่าน้อย) นั่งซดย้อมใจ พร้อมอ่านนิยาย
อร่อยจัง...
เห็นที่หน้าร้านว่ามีแปะรับพนง. part time เราก็เลยนั่งชั่งใจ ปล่อยให้จิตใจที่บอบช้ำจากการปฎิเสธได้ฟื้นตัว(ว้อท) ดูๆ ตัวร้านก็ดูวุ่นวายใช่ย่อย อันที่จริงพนง.แทบไม่ได้คุยกันด้วยซ้ำเพราะตั้งใจทำงานอยู่ มันคงไม่ใช่ร้านง่ายๆชิลล์ๆแบบร้านก่อนหน้าเท่าไหร่ เพราะที่นี่ก็ขายดิบขายดี ทั้งไทยทั้งเทศก็นั่งกิน
นั่งอยู่สักพัก จนตัดสินใจลุกไปถามเงื่อนไขการสมัครงาน
"เอาใบสมัครไปกรอกเลยก็ได้ครับ"
เห้ะ ห้ะ จริงดิ
"นี่ครับ ไปกรอกข้างนอกนะ"
จากสภาพลูกค้านั่งแอร์เย็นในร้าน ก็ถูกเนรเทศออกไปนอกร้านอย่างฉับพลัน !!!
พอกรอกเสร็จ จะไปยื่นให้พนง.ที่เคาทน์เตอร์คนเดิม
เค้าก็บอกให้ไปสัมภาษณ์เลย
เห้ยยยยยยย ยังไม่ได้เตรียมใจเตรียมบท เตรียมอะไรทั้งนั้น
แต่ก็เดินออกไปนอกร้าน ที่อีกโต๊ะนึง มีพี่ผู้ชายนั่งอยู่
"สวัสดีค่ะ"
"สวัสดีครับ ขอดูประวัติหน่อยครับ"
ยื่นใบสมัครไปให้พี่อย่างกล้าๆกลัวๆ เขาเป็นผู้ชายที่ดูเนี๊ยบ สะอาด และท่าทางจะเป็นเมเนเจอร์แน่แท้...
บทสนทนาประมาณ
"น้องอยู่คณะนี้แล้วทำไมอยากทำงานแบบนี้ล่ะ พี่ให้ชม.ละ 30 บาทนะ ไปสอนพิเศษจะรายได้ดีกว่ามั้ย"
(เห้ย 30 เองเหรอคระ ค่าแรงขัั้นต่ำล่ะคระ)
"คือ อยากลองทำงานแบบนี้น่ะค่ะ (หนูชอบทำให้ชีวิตลำบากค่ะ)"
"เรียนก็หนักแล้วนะ งานหนักมากนะ พี่ให้ทำทุกอย่างเลยทั้งปัดกวาดเช็ดถู ทำผลไม้ นู่นนี่"
"ค่ะ"
---แล้วก็ถามรายละเอียดเรื่องอื่นๆ อย่างเกรด บ้านอยู่ไหน พ่อแม่ทำงานอะไร หออยู่ไหน เดินทางยังไง
เรามีข้อดีข้อเสียยังไง รู้รายละเอียดเกี่ยวกับพี่เขานิดหน่อย สาเหตุที่ตั้งร้านคือชอบทำ เพราะเขาจบด้านอื่นมา มีร้านอีกสองที่แถวๆมอเราด้วย บลาๆ
แล้วพี่ก็ย้ำอีกที
"อยากให้เราเอาไปคิดดูก่อน ว่าจะทำงานแบบนี้ไหวมั้ย ทำได้นานแค่ไหน เพราะมันเสียเวลานะ ทั้งเราทั้งพี่ พี่ที่สอนให้เราทำงานเป็น เราก็มาใช้เวลากับการทำงาน
เพราะเวลามันเป็นอะไรที่ใช้เงินกี่ล้านก็ซื้อกลับไปไม่ได้นะ
เราลองเอากลับไปคิดดีๆ"
จู่ๆ สถานการณ์การเข้าไปสมัครงาน ผลลัพท์กลับเป็นว่า "เรา" ต้องเป็นฝ่ายเอาไปพิจารณา
ทั้งที่ปกติ "ร้าน" ต่างหาก ที่ต้องพิจารณาเรา
ทำเอาเราอึ้งไปครู่ใหญ่เลยทีเดียว เหมือนว่าเราคิดแต่ว่าอยากทำๆ แต่จริงๆอาจนึกไม่ถึงว่าเวลาที่จะใช้ไปกับตรงนี้ ก็คือ "เสีย" ไปเหมือนกัน ....แต่เราว่าเราคิดดีแล้วล่ะ เราอยากจะ"ใช้"ช่วงหนึ่งของชีวิต แลกมากับประสบการณ์แบบนี้
...มันคงมีอะไรขาดหายไปบ้างแหล่ะ แต่เราก็ได้แต่หวังว่ามันจะคุ้มค่า
สุดท้ายก็คือจะได้สัมภาษณ์แบบจริงจังตอนเทอมสอง เพราะเทอมนี้เราจะทำงานได้แค่ช่วงสั้นเกินไป
อะไรก็ได้ทั้งนั้นน่ะตอนนี้
ขอโอกาสสักครั้งก็พอ :x
ขอบคุณทั้งสองร้าน ที่สอนอะไรบางอย่างให้กับเรา
บอกแล้ว
ตอบลบดูหนังแบบคิด มันก็ได้รสชาติไปอีกแบบ
...
(อะไรนะ ไม่เกี่ยวเหรอ
ก็แถให้มันเกี่ยวจนได้น่า)
ป.ล. กฎหมายค่าแรงขั้นต่ำไม่มีผลต่องาน Part time
อืม..
ตอบลบสมมติว่าเข้าใจ...