วันพุธที่ 10 กันยายน พ.ศ. 2557

All that matter is T I M E

กลายเป็นบล็อกสัพเพเหระไปแล้วแฮะ..

ไปดูลูซี่มา.. นานละ ดังนั้นเนื้อหามั่วๆก็ปล่อยเราไปนะ


แต่ ส ป อ ย ล์ นะจ้ะ


ถ้ายังไม่หยุดอ่านตั้งแต่ตอนนี้
มันก็..สปอยล์อยู่ดี ตั้งแต่ชื่อละ อิอิกำ



ในช่วงชีวิตนึงเราผ่านอะไรมามากมายเยอะแยะ
ซึ่งพอมันผ่านไป กลายเป็นอดีตที่จำต้องไม่ได้
กลายเป็นความทรงจำ

ยิ่งเวลาผ่านไปอีก

มันเหมือนเป็นเรื่องแต่งเองของสมอง

เคยคิดแบบเรามั่งมั้ย ? 55555


ส่วนหนังเรื่องนี้บอกเราว่า สิ่งที่ทำให้เรามีตัวตนอยู่คือ เวลา
เวลาชั่วขณะนี้ ที่เราสัมผัส รับรู้ได้

เพราะหากเรามองเวลาที่ผ่านไปอย่างรวดเร็วแล้ว

มันก็เหมือนกับความว่างเปล่าที่ไม่เคยมีใครอยู่ตรงนั้นมาก่อน


อันที่จริงแล้วชีวิต ความฝัน งาน ความทุกข์ทรมาน บ้าน สงคราม น้ำท่วม แดดร้อน

มันไม่ได้มีอยู่เลย

เป็น อนัตตา (พุทธ...แต่ใช้คำนี้ตรงสุด)


จะเถียงก็ได้ว่าเดี๋ยวนี้มีวิธีสร้างหลักฐานมากมาย ไหนจะถ่ายรูป ไหนจะเก็บของ
ไม่เห็นว่ามันจะดูไม่เป็นจริงยังไง


จะอธิบายยังไงดี บอกไม่ถูก เพราะไม่ใช่คนเชี่ยวชาญ


แต่เข้าใจว่า ตอนเกิดเราก็ไม่มีอะไร ตอนตายก็ไม่มีอะไร
สิ่งของเครื่องใช้ ที่มาของอารมณ์ต่างๆนั้น เกิดจากการระบุอารมณ์เนื่องมาจากสภาพของร่างกาย

ลองถอยออกมาสองสามก้าว
ข้าวของวันนี้ก็เป็นขยะในวันพรุ่งนี้
ลองนึกภาพมองรูปครอบครัวคนที่ไม่รู้จักก็ไม่ได้แคร์อะไร ถ้าหล่นพื้นบางทีก็เหยียบเลยด้วยซ้ำ
ภาพของเรามันดีกว่าภาพพวกนั้นยังไง
เพราะให้

"ความหมาย"

มันเข้าไป

มันเลยมีคุณค่าทางความรู้สึกขึ้นมา
ความรู้สึกที่จับไม่ได้ ที่ตายไปมันก็หมดคุณค่า

ทั้งที่ก็กระดาษร้านปริ๊นท์ร้านเดียวกัน..


ก็นั่นแหล่ะ
ถ้าจะมองให้ละเอียด คนหรือสิ่งมีชีวิตมันก็เท่านี้เอง เลือดเนื้อ บลาๆ ก็โปรตีน สารอินทรีย์เล็กๆ ที่ประกอบกัน


มันไม่มีอะไรคงอยู่ถาวร


ไม่มีเลย
รวมถึงอารมณ์ปริศนาตอนนี้ เดี๋ยวก็หายไป


ในฐานะมนุษย์เดินดินคนธรรมดา
เราตกอยู่่ในเกมที่ไม่มีวันออกได้
เกมที่มีกรอบง่ายๆ

ที่เรียกว่า เ ว ล า

เราเร่งมันไม่ได้ หยุดมันไม่ได้ ย้อนกลับไปหามันไม่ได้



แล้วสรุปเราก็เขียนมาเนี่ย
มันก็ยังไม่มีอะไรยืนยันคำตอบของคำถามว่า

เราเกิดมาทำอะไร


หนังบอกให้ถ่ายทอดสิ่งที่รู้ต่อไปสู่ลูกหลาน
เพราะนั่นคือเหตุผลของการมีชีวิตของสิ่งมีชีวิต

เพื่อดำรงอยู่ต่อไป

งั้นเหรอ ? (อาจจะตีความพลาดก็ได้นะ)


เราจะดำรงอยู่กันไปทำไมนะ
การมีชีวิตนี่มันเพื่ออะไร
ทำไมจักรวาลไม่ว่างๆโล่งๆดำๆของมันต่อไปกันนะ...

น่าสงสัยจริงๆ...


สุดท้ายก็อยากบอกว่า ที่พิมพ์ๆไม่ได้ผ่านกรองเลย พิมพ์ตามอะไรไม่รู้
บางทีเราก็วิ่งไปในโลกมากไป ตามงานตามเงิน ตามกิจกรรม
มันทำให้อินมากไป เหนื่อยไป

ต้องถอย หรือหยุดสักหน่อย


....เนาะ ?

2 ความคิดเห็น:

  1. ไม่ระบุชื่อ10 กันยายน 2557 เวลา 17:56

    เรียนเชิญที่สำนักภาควิชาปรัชญา ชั้น 10 อาคารบรมราชกุมารี คณะอักษรศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยครับ

    ตอบลบ
    คำตอบ
    1. รบกวนไปเรียนให้หน่อยได้มั้ยคะ แล้วมาสอนดิฉันทางไกลผ่านดาวเทียม(?)

      ลบ